Posted on

KICK-ASS The Score เกรียนโคตรกับอลังการงานสกอร์

KICK-ASS The Score

หลังกระแสตอบรับที่ดีอย่างล้นหลามของอัลบั้ม Soundtrack และเสียงบ่นมากมายที่ต่างโพยมาว่า “ทำไมไม่มีสกอร์เรื่องนี้ให้ฟังกันเพียวๆเลย” ทั้งๆที่มันคือตัวช่วยด้านอารมณ์ที่สำคัญในหลายๆฉาก ทางทีมงานคงจะยอมไม่ได้ที่จะให้คนทรมาณใจขาดกันตาย ในที่สุดเลยมีอัลบั้ม KICK-ASS The Score ออกมาซึ่งผลลัพธ์ของอัลบั้มนี้มันช่างชวนตื่นตายิ่งนักเพราะมี คนแต่งถึง 3 และแจมอีก 3 เท่านั้นยังไม่พอยังมีจำนวนแทร็คสูงถึง 39 เพลง!! อะไรจะอลังการขนาดนี้ไม่ต้องสงสัยอีกแล้วมาดูและฟังกัน…

“เค้ามีพลังเค้าเก่งเหลือร้ายดูที่ฟ้าสิ บรา บรา บรา” เสียงโม้พร่าพรึจากท้องฟ้าที่ล่องลอยลงมาสู่วิทยุซังกระบ๊วยคือ Intro เปิดอัลบั้ม The Armenian Superhero ซึ่งไล่เลี่ยมาพร้อมกับดนตรีกึกก้องจากเครื่องเป่าที่ค่อยเพิ่มดีกรี ไปพร้อมเครื่องสายความยิ่งใหญ่กำลังบังเกิด ดนตรีที่มากด้วยพลังกำลัง ล่องลอยๆๆ และ ตู้มคนตกกระแทกลงใส่รถจบเพลงห้วนๆอึ่งๆงงๆ ฝีมือ Henry Jackman

เปลี่ยนอารมณ์เหอะรู้ว่าเซ็ง แต่แต้แดดแตแต้เสียงแตรกวนส้น ผสมคลุกคลีกับอิเลคทรอนิคจ๊าบๆ Stand Up เพลงสุดลั๊ลล๊าที่เคยมีให้ฟังในอัลบั้ม Soundtrack แล้วแต่ดันมาโผล่ในอัลบั้ม Score อีก ที่เอามานี้ไม่ได้ขี้เกียจแต่ดูท่า The Prodigy คงจะอยากโชว์เพลงเวอร์ชั่น Mix พิเศษสำหรับหนัง!! แน่นอนว่ามีการเปลี่ยนช่วงจังหวะอยู่หลายตอน

Forcefield เพลงลู๊ลา(เพื่อนห่างๆของลั๊ลล๊า) จาก Marius Vries กีต๊าป็อปใส่จังหวะกลองนุ่มๆอะไรๆก็ชิลไปหมด ใช้ประกอบฉากวัยรุ่นจิ๊จ๊ะซึ่งเผลินก็ไม่มีอะไร แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามเพลงมันโดนดีแฮะๆ

มาในถึงจุดนี้ผมชักไม่แน่ใจในการรีวิวไล่เพลงละเอียดๆไปเพราะถ้าเช่นนั้นผมมีอีก 36 เพลงโม้ให้คุณอ่านยาวถึงมหานคร จนช็อคซินิม่าตายกันเป็นรายๆ ดังนั้นขอเปลี่ยนใหม่มาไล่เลี่ยเป็นคนๆเสียจะดีกว่า (จริงๆอยากได้ฟีล Intrro แหละถึงโม้ไปก่อนหน้า)


เริ่มกันที่ Henry Jackman คอมโพเซอร์ซึ่งนานๆทีจะมีผลงานออกมาให้ฟังเพราะพี่เค้าเป็น Producer เสียส่วนใหญ่ แต่ถ้าออกมาผลงานที่เอาซะอึ้งอย่างตอนนี้ ถ้าฟังจากแทร็คแรก The Armenian Superhero คงจะรู้ไต่พี่แกเป็นที่เรียบร้อย กับหน้าที่ทำเพลงฟีลฮีโร่จ๋า สี เปา อลังการมากันครบ

Man In The Mirror สกอร์บ้าพลังที่มาการสับขาหลอกช่วงต้นว่าเป็นดนตรีเล้กแต่แล้วก้ระเบิดความอลังการออกมาจนเว่อ เครื่องสาย เครื่องเป่าห่าหั่นกันสุดเหวี่ยงในธีมฮีโร่คลาสสิคเหมือนได้ระลึกชาติ
Damon & Marcus Comic Book โชว์หม่นกันเต็มเปี่ยมในสกอร์ประกอบฉากที่มาของ Big Daddy แน่นอนว่ายังคงเป็นการต่อสุ้กันอย่างเมามันของ สี-เป่า เข้มเร้าใจแถมยังมีใสๆปนมาช่วงกลาง
MistMobile โอ้วจ๊อจอลังการกันอีกแล้วเพลงนี้ค่อนข้างโชว์ของ(รถในหนังน่ะไม่ใช่อย่างอื่น)ถ้าใครดูแล้วคงรู้ว่าตื่นตาขนาดไหน สกอร์ตัวนี้ก็ไม่พ่ายกันจัดครื่องเป่าทองเหลืองกันอย่างหลักหน่วง
– ชวนสงสัยอย่างยิ่งกับ Big Daddy Kills ซึ่งฟังกันชัดๆเลยว่านี่คือธีมสกอร์สุดเร้าใจของ John Murphy ใน 28 Weeks Later แต่ไม่รู้เช่นไรถึงเป็นเครดิท Henry สงสัยจะเป็นการทำงานร่วมกันซึ่งจาก Henry นั้นเอามาปรุ่งแต่งเพิ่มใหม่ จุดเด่นเพลงนี้คือการเล่นคีย์กีต้าถึงจุดขีดสุดทั้งโน๊ตและอารมณ์คุณจะรู้สึกถึงความร้อนและความแรงได้อย่างคับคั่ง ภายใต้เสียงเปียโนไร้เดียงสาเป้นฉากหลัง
Big Daddy Dies คงไม่มีเครื่องดนตรีไหนบรรยายความเศร้าโอดครวญได้ดีเท่าไวโอลิน การบรรเลงอย่างช้าๆให้ความรู้สึกเหมือนมีมีดมาแทงแล้วค่อยๆบรรจงกรีดไล่ทีละนิดเรื่อยๆไป แต่กลับจบด้วยอารมณ์ดิบๆที่รุ้เลยว่าแค้น
Marshmallows มาอีกแล้วสกอร์ Murphy คัฟเวอร์ที่ต้นฉบับดุดิบๆจาก Sunshine เพียวๆแต่เพิ่มอารมณ์ฮีโร่เข้ามาหน่อยแน่นอนจุดเด่นยังคงอยู่ที่เครื่องเป่า แต่เน้นความแหลมขึ้นมาหน่อย(ของเก่าโทนนิ่งๆ) แถมยังมีการปรับใส่ธีมกลองทหารมาพลางๆ
No Power, No Responsibility เปียโนและเครื่องสายบรรเลงอย่างนุ่มนวลทุกอย่างจบแล้วแต่แล้ว…ความสะใจจ๋าก็โผล่มาจากธีมฮีโร่ถูกแทนที่ด้วยอารมณ์คาวบอยจิ๊บๆมาพร้อมกับกีต้าจ๊าบๆและจากไปแบบงงๆ
– สกอร์สุดท้ายของ Henry Jackson คือ True Identity แทร็คย้อนกลับของ The Armenian Superhero ใช้แล้วสกอร์เหมือนๆกันแต่เปิดด้วยดนตรีก่อนแล้วค่อยปิดด้วยเสียงโม้ชุดเดิมๆให้เข้าชุดกัน


มากันที่ Marius de Vries นักดนตรีและนักแต่งเพลงชาวอังกฤษแห่งวงป็อป/โซล The Blow Monkeys มาดูสิว่าผลงานของเค้านอกจาก Forcefield ที่เกริ่นไว้ก่อนหน้าเป็นเช่นไร…

Roof Jumpโชว์ระทึกกันแต่เนิ่นๆ สกอร์โชว์พลังเสียงระหว่างดนตรีร็อคปะทะออเครสต้าฟาดฟันกันในอารมณ์ดุดันต่าจบกันแบบเสียวเล็กน้อย…
Trick Or Treat? ร็อคธีมกร่างกลิ่นอายฮิพฮอบนิดๆให้ฟีลแก็งสเตอร์อย่างชัดเจนในช่วงต้นแล้วเปลี่ยนไปให้เครื่องสายโชว์ลุ้นกันเสียหน่อย
Hit Girl & Big Daddy ร็อคผสมดนตรีสไตล์สายลับลื่นๆกีต้าโซลคลุกคลีกับเครื่องสายเน้นอารมณืแต่ครึ่งหลังผันตัวไปเป็นดนตรีดุจากออเครสต้าเพียวๆ
The Fight ลุยล่ะโว้ยแทร็คนี้ไม่มีเว้นช่วงให้โชว์แนวเพราะร็อคและออเครสต้ารวมไปถึงอิเลคทรอนิค(จางๆ)มารวมอยุ่ในที่นี้แล้ว อารมณืของดนตรีชวนลุ้นระทึกและยิ่งใหญ่สมกับชื่อเพลง
Flying Home ปิดท้ายส่วนของ Marius ด้วยอารมณ์ฮีโร่กลายร็อค ฟังดูแปลกๆนิดแต่นี่คืออุปมาของดนตรีอารมณ์ฮีโร่จ๋าที่ถูกประยุคด้วยร็อคร่วมสมัย ด้วยการโซโลกีต้าไปพร้อมๆกับเครื่องสายอลังการนี่คือดนตรีปิดฉากที่สมบูรณ์แบบ!!!


ถึงเวลาของกุนซือร็อค-อิเลคทริคแรง+สยองขั้นเทพ John Murphy เจ้าของผลงานสกอร์สุดเร้าใจจากหลายทลิลเลอร์เจ่งๆหลายเรื่องโดยคราวนี้เค้าหยิบธีมสกอร์เด่นๆของตัวเองมาด้วย

Leaving Rasul’s ดนตรีร็อคเท่ๆกับจังหวะชวนแนวๆ นอกจากเจ๋งแล้วมันยังฟังดูลึกลับอย่างแปลกๆ
Safehouse / Ambush โชว์อีกหนึ่งสไตล์ที่ชัดเจนของ Murphy นิ่ง ดุ แต่ยังคงมีอารมณืที่หนักแน่นซ่อนอยู่จนแทบทะลัก
Nightvision นิ่งเงียบและไม่น่าวางใจใช่แล้ว ร็อคพรวดพลาดมาพร้อมกับธีมต้นสังกัดที่คุ้นหูเปลี่ยนลุคให้กระชางอารมณ์ยิ่งขึ้นจะได้ยินเสียงเครื่องเป่าพลางๆแต่เด่นที่ทำนองซ้าจากกีต้าที่ทวีขึ้นเรื่อยๆให้เรากลั่นหายแบบไม่รู้ตัวไปชั่วขณะ(ลุ้นๆ)
Strobe (Adagio in D Minor) นี่คือการโชว์ธีมจากเพลงก่อนหน้าอย่างเต็มๆ ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนจาก Sunshine น้อยมาก อารมณืความร้อนและเคร่งเคลียดถูกถ่ายถอดมาอย่างครบถ้วนจนขนลุกเกรียว
The Corridor ปิดเกมกันตรงนี้แหละนิ่ง+ดุนานแล้วถึงเวลาปล่อยความบ้ากันในแทร็คสุดท้ายของ Murphy กีต้าลากรอไปแล้ว กลองตีตามมา ทั้งสองฟาดกันแรงและดังขึ้นเรื่อยๆจนถึงจุดขีดสุดและหมดไป (ในหนังเป้นตัวเปิดให้ Banana Splits
โชว์พลัง)

นอกจาก The Prodigy ที่มาร่วมแจมในอัลบั้มนี้แล้วยังเหลือคอมโพเซอร์อีก 2 คนครับที่ฝากผลงานมาอีกคนล่ะเพลงคนแรกคือ Danny Elfman กับ Walk To Rasul’s แทร็คสั้นๆที่โชว์สไตล์ของเค้าได้โดดเด่นด้วยการมิกซ์เสียงแปลกๆมารวมกันภายใต้ธีมดนตรีออเครสต้าเบาๆ สุดท้ายชื่ออ่านยากซักนิด Ilan Eshkeri ที่มาระลึกความหลังทำสกอร์พิเศษแด่ ผกก (หลัง L4yer Cake) ด้วย I Miss You Both เพลงนี้ได้ John Murhy มาช่วยแต่งแน่นอนว่ามันมีความดุและกรีดอารมณ์ผสมกัน!!

โอ้วแม่เจ้าในที่สุดผมก็รีวิวไก่เขี้ยสไตล์ตัวเองจบแล้วขอบอกเลยว่าเหนื่อยมาก แต่ก็ขอบอกอีกเลยว่าสกอร์อัลบั้มนี้ “คุ้มหูสุดๆ” เพรานอกจากจะหลากคนแต่งและหลากอารมณ์แล้ว ยังหลากสไตล์ไปต่างๆนานาๆ ซึ่งกล้าพูดเลยว่าไม่มีให้เห้นกันบ่อยๆกับการผนึกกำลังของคอมโพเซอร์ฝีมือดี ให้หนักเพียง 1 เรื่อง อลังจริงๆ!!!


รายชื่อเพลง

1. The Armenian Superhero – Henry Jackman & Marius De Vries
2. Stand Up – The Prodigy
3. Forcefield – Marius De Vries
4. Watching – Henry Jackman
5. Man In The Mirror – Henry Jackman
6. A Punch In The Chest – Marius De Vries
7. Roof Jump – Marius De Vries & Ilan Eshkeri
8. Time To Engage – Henry Jackman
9. Stabbing-Morphine – Marius De Vries & Liam Howlettt
10. I’m Kick-Ass – Henry Jackman
11. Famous – Marius De Vries & Ilan Eshkiri & Henry Jackman & John Murphy
12. A Friend Like You – Marius De Vries
13. Walk To Rasul’s – Danny Elfman
14. Trick Or Treat? – Marius De Vries & Ilan Eshkeri
15. Leaving Rasul’s – John Murphy
16. Hit Girl & Big Daddy – John Murphy
17. Damon & Marcus Comic Book – Henry Jackman & John Murphy
18. I Miss You Both – Ilan Eshkeri & John Murphy
19. Hunting Kick-Ass – Henry Jackman
20. Mistmobile – Henry Jackman
21. Big Daddy Kills – John Murphy
22. One Last Time – Marius De Vries
23. Sleepover – Marius De Vries
24. To Brooklyn Bridge – Marius De Vries
25. Safehouse – Ambush – John Murphy
26. Showtime Pt.2 – John Murphy
27. Nightvision – John Murphy
28. Strobe – John Murphy
29. Big Daddy Dies – Henry Jackman & John Murphy
30. Hit Girl Drives Home – John Murphy
31. Marshmallows – John Murphy
32. Choose Your Weapon – Ilan Eshkeri
32. You Got Five Minutes – Marius De Vries
34. No Power, No Responsibility – Henry Jackman
35. The Corridor – John Murphy
36. Kitchen Stand Off – Ilan Eshkeri & John Murphy
37. The Fight – Henry Jackman & John Murphy & Ilan Eshkeri & Marius De Vries
38. Flying Home – Henry Jackman & John Murphy
39. True Identity – Henry Jackman


DOWNLOAD

Part 1 Track 1-20 File Size 60.85 mb Host MediaFire

Part 2 Track 21-39 File Size 61.075 mb Host MediaFire

Don’t Miss – KICK-ASS Music From The Motion Picture

13 responses to “KICK-ASS The Score เกรียนโคตรกับอลังการงานสกอร์

  1. ton ⋅

    ยังไม่ได้ดูเลยครับ แต่ว่าขอโหลดไปฟังแล้ว อิอิ

    ขอบคุณครับ

  2. ton ⋅

    ไฟล์ที่26 เสียอ่ะครับ แก้ให้หน่อย

  3. ton ⋅

    Big Daddy Kills ทำนองเหมือนใน 28 Weeks Later เลยครับ555+ แต่ผมชอบนะ

  4. ZahnmimreS ⋅

    ^
    ^
    ^
    เห็นด้วยอย่างยิ่งกับเพลงข้างต้น!

    นับว่าอัลบั้มนี้เป็นการรวมตัวคอมโพเซอร์ที่น่าชื่นชมจริงๆ

  5. Pingback: Henry Jackman, John Murphy, Marius De Vries & Ilan Eshkeri – Kick Ass (The Score) « ChevaliersDeSangreal's Blog

  6. Kc

    อัลบั้มนี้คอมโพสเซอร์เหล่านี้เค้าเอางานเก่าๆมามิกซ์กันบ้าง ทำใหม่บ้างน่ะครับ จึงไม่แปลกที่มีซาวด์คุ้นๆหูโผล่มาบ้าง เรียกได้ว่ารวมเยอะที่สุดเท่าที่เคยเห็นเลยสำหรับหนังหนึ่งเรื่อง

  7. khumsang ⋅

    ขอบคุณครับ

  8. McMurphy ⋅

    สุดยอด…

  9. aCtDeltAS ⋅

    แกลิ้งแล้วน่ะคร้าบ!!!

  10. toy

    น่าสนุกนะครับ

  11. NAMTHIP ⋅

    Big Daddy Kills ทำนองเหมือนใน 28 Weeks Later เลยครับ555+

    +1

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s